2006/Jul/06

เ ปิ ด ใ จ รั บ ค ว า ม สุ ข
รินใจ


ช่างเขียนรูปผู้หนึ่ง ซึ่งไม่ปรารถนาจะเรียกตนว่า "ศิลปิน"
เล่าให้ฟังว่า.. ครั้งหนึ่งชีวิตเคยมืดมนที่สุด ถึงขนาดลงมือฆ่าตัวตายมาแล้ว

.

วันนั้น.. เขาขึ้นไปถึงบนดาดฟ้าชั้นที่ 36
เตรียมจะกระโดดลงมา ขาข้างหนึ่งยื่นออกไปนอกระเบียงแล้ว
แต่เมื่อชะเง้อมองลงไปข้างล่าง

.

ก็เห็นคนสองคนกำลังคุยกันอยู่ตรงจุดที่เขาจะกระโดดลงมาพอดี
ตอนนั้นเองที่คำสอนของแม่ ผุดขึ้นมาในใจว่า
จะทำอะไรก็ตามอย่าให้คนอื่นเดือดร้อน เขาจึงชะงัก!
เพราะกลัวว่าถ้าโดดลงไปสองคนนั้นคงตายไปกับเขาด้วยอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่

.

ช่วงที่เขาชะงักและเปลี่ยนจุดกระโดดนั้นเอง
ก็เหลือบไปเห็นท้องฟ้าเบื้องหน้าใสสว่างกระจ่างตา
ความคิดหนึ่งวูบขึ้นมาทันทีว่า
ชีวิตก็มีด้านที่สดใสเหมือนกันไม่ใช่มืดมนไปเสียหมด

.

ฉับพลันความรู้สึกของเขาก็โปร่งเบา ความกลัดกลุ้มจางไป
ใช่แล้ว.. ชีวิตยังมีหวัง ชีวิตไม่ใช่มีแต่เรื่องทุกข์รุมเร้าใจ
แม้ในยามระทมชวนสิ้นหวัง ก็ยังมีประกายแห่ง ค ว า ม สุ ข ให้เราชื่นชมได้ทุกเวลา
เป็นแต่ว่าเราจะลืมตาหรือเปิดใจรับ ค ว า ม สุ ข เหน้านั้นหรือไม่

.

พิธีกรหญิงผู้หนึ่งเล่าว่า เธอเลิกฆ่าตัวตายเพราะขณะเดินไปที่ระเบียง
ได้เห็นลำแสงแรกของดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า
เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเริ่มต้นของวันใหม่

.

ใช่สินะ .. โลกมิอาจมืดมิดไปตลอด ไม่นานก็ต้องสว่างไสวใหม่
ชีวิตก็เช่นกัน สามารถเริ่มใหม่ได้เสมอ ไม่มีวันอับจนหนทาง

.

จะว่าไปแล้ว ความทุกข์และ ค ว า ม สุ ข ของชีวิต
หาได้อยู่ถัดกันดังกลางคืนและกลางวันไม่
แท้ที่จริง .. ความทุกข์และ ค ว า ม สุ ข อยู่เคียงคู่กัน
ในยามทุกข์ ค ว า ม สุ ข ก็อยู่รอบตัวเราแล้ว ใช่ว่าจะตามมาภายหลัง

.

เพียงแต่ว่าเราไปฉวย เอาเรื่องร้ายมาครองใจ ค ว า ม สุ ข จึงแทรกเข้ามาไม่ได้
แต่หากเราวางเรื่องร้ายนั้นเสียหรือน้อมเอาสิ่งดีงามมาใส่ใจ
ค ว า ม สุ ข ก็ อยู่ไม่ไกลหากรู้จักมองหา

.

หญิงผู้หนึ่งอยู่ใกล้ความตายทุกขณะ แต่ในยามนั้นเธอหาได้ทุรนทุรายไม่
สิ่งเดียวที่ให้ความหวังและกำลัง ใจแก่เธอก็คือ .. ต้นไม้ต้นหนึ่ง
ซึ่งมีดอกตูมอยู่ 2 ดอกใกล้หน้าต่าง
เธอชอบคุยกับไม้ต้นนั้น และต้นไม้ก็บอกเธอวา "ฉันอยู่นี่ ฉันอยู่นี่ ฉันคือชีวิตนิรันดร์"

.

ถึงที่สุดแล้ว สุขทุกข์นั้นอยู่ที่ใจ เราจะสุขหรือทุกข์อยู่ที่ว่าใจไปจดจ่อกับอะไร
จะเปรียบไป ใจเราก็ไม่ต่างจากโทรทัศน์ร้อยช่อง
บางช่องมีแต่เรื่องสยดสยอง บางช่องชวนให้หม่นหมองเคียดแค้น ชิงชัง
แต่ก็มีบางช่องที่ดูแล้วเพลินใจมีความหวังกับชีวิต ปัญหาอยู่ตรงที่เราจะเลือกดูช่องอะไร

.

คนส่วนมากดูแต่ช่องที่ชวนให้หม่นหมอง บีบคั้นใจแต่ทั้งๆ ที่รู้สึกแย่
ก็ไม่ยอมเปลี่ยนไปดูเรื่องที่เจริญตาเจริญใจ
ไม่ต้องถึงขั้นมีพระมาเทศน์หน้าจอหรอก
แค่เรื่องสัตว์โลกผู้น่ารักหรือท่องธรรมชาติก็ช่วยได้มากแล้ว

.

เราจดจ่อกับเรื่องทุกข์รันทดมานานแล้ว ไยไม่หันเหจิตใจ
ไปรับรู้กับเรื่องงดงามชุบชูใจบ้าง ..
ไม่ต้องไปไกลถึงหมู่เกาะอ่างทองหรือดอยอินทนนท์ก็ได้

เ สี ย ง น ก ร้ อ ง ย า ม เ ช้ า

ด อ ก ห ญ้ า ที่ ชู ช่ อ จ า ก ร อ ย หิ น แ ต ก

ท า ร ก ที่ แ ย้ ม ยิ้ ม ไ ร้ เ ดี ย ง ส า

.

ความสุขเหล่านี้ .. มีให้เห็นมากมายตามรายทางมิใช่หรือ ?
ลองเปิดใจรับความสุขเหล่านี้ให้เต็มหัวใจเถิด ชีวิตเราจะเบาขึ้นมากเลย


ไม่รู้สิ อ่านเรื่องนี้ทีไร หัวใจมันพองโตดีจริงๆ ..

2-3 วันมานี้ มีแต่เรื่องเครียดๆ ของคนที่บ้าน
แน่นอนว่าอาการเหล่านั้น ส่งผลถึงเราไปด้วย

แต่ด้วยการมองโลกในแง่ดี หากเรารู้จักคว้าความสุขรอบๆ ตัว
จะมีหรือ .. ที่เจ้าความทุกข์มันจะมาทำอะไรเราได้!

ขอบคุณรูปสวยๆ จากอินเทอร์เน็ตครับ อย่างน้อยๆ ทำให้ผมชอบหน้าฝนขึ้นเป็นกองเลย

Comment

Comment:

Tweet


ขอบคุณสำหรับบทความดีดีอีกครั้ง

วันนี้มันช่วยเราได้มาก
#3 by Backpacker At 2006-07-08 18:37,
รูปสวย

ชักจะรักบรรยากาศหน้าฝนซะแล้วสิ
#2 by ...Cheon... At 2006-07-08 08:05,
เมื่อใดที่คุณคิดว่าหมดหวังในสิ่งที่อยากได้แล้ว คุณก็อาจจะพลาดมันจริงๆ
แต่ถ้าคุณเชื่อในตัวคุณเอง คุณจะได้มันมาในภายหลังหรือในไม่ช้า
#1 by lvl!SsC@t At 2006-07-06 17:47,